วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ประวัติของ Nestle


ประวัติโดยรวม

เนสท์เล่ (Nestle) เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจทางด้านโภชนาการและสุขภาพ ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ.1905 โดยการรวมตัวของบริษัท Anglo-Swiss Milk กับบริษัท Farine Lactee Henri Nestle มีสำนักงานใหญ่ที่เมืองเวอเวย์(Vevey) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตสินค้าประเภทอาหารหลายชนิด เช่น กาแฟ เครื่องดื่มช็อกโกแลต ชา นมผง ฯลฯ มีพนักงานทั้งหมดประมาณ 280,000 คน โรงงาน 449 แห่ง ใน 86ประเทศทั่วโลก

ค.ศ.1866 อองรี เนสท์เล่ (Henri Nestle) ชาวสวิส ได้ก่อตั้งบริษัท Farine Lactee Henri Nestle เพื่อผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็กที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมได้ ต่อมา ค.ศ.1867 ชาร์ลส์ เพจ (Charles Page) กงสุลสหรัฐในสวิตเซอร์แลนด์ และน้องชาย จอร์จ เพจ (George Page) 2 พี่น้องชาวอเมริกัน ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท Anglo-Swiss Milk ขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อผลิตและจำหน่ายชีสและอาหารสูตรสำหรับเด็ก ทั้ง 2 บริษัทกลายเป็นคู่แข่งทางการค้าที่แข่งกันขยายตลาดไปทั่วยุโรปและอเมริกา และได้ยุติการแข่งขันลงโดยทั้ง 2 บริษัทได้รวมกันเป็นบริษัทเดียวในค.ศ.1905 ภายใต้บริษัทชื่อ Nestle and Anglo-Swiss Condensed Milk บริษัทใหม่มีโรงงานอยู่ใน อเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และสเปน


ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้เกิดความต้องสินค้าประเภทอาหารจำนวนมาก เนสท์เล่จึงได้เข้าไปซื้อโรงงานหลายแห่งในอเมริกา เพื่อรองรับความต้องการนมข้นหวานของประชาชนที่มาแทนที่นมสดที่กำลังหายากเกินไป ซึ่งเป็นไปตามสัญญากับรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลังสงครามยุติลง สินค้าประเภทนมสดกลับมาตอบสนองประชาชนได้อีกครั้ง ทำให้เนสท์เล่ที่เพิ่มกำลังการผลิตนมข้นหวานไปกว่า 2 เท่า ต้องประสบปัญหาหนี้สิน แต่ภายหลังได้รับความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินบวกกับแผนการตลาดใหม่ใน ค.ศ.1920 ที่เริ่มการผลิตสินค้าประเภทช็อกโกแลตและเครื่องดื่มชนิดผงทำให้เนสท์เล่กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง
ในสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าสวิตเซอร์แลนด์จะวางตัวเป็นกลางในสงคราม แต่บริษัทต่างๆก็ยังได้รับผลกระทบ รวมถึงเนสท์เล่ ผลกำไรของบริษัทตกต่ำลง เนสท์เล่ได้หันไปตั้งโรงงานในประเทศกำลังพัฒนาเพื่อลดต้นทุน และในที่สุดสงครามก็ส่งผลดีกับบริษัทอีกครั้งเมื่ออเมริกาประกาศเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางการอเมริกันได้ขอให้เนสท์เล่ผลิตเสบียงสำหรับทหารที่ไปรบในสงคราม ยอดขายของบริษัทจึงกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างมาก นำด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่คือ Nescafe (Nestle’s Coffee) ที่กลายมาเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของทหารอเมริกันในยุโรปและแปซิฟิค เนสท์เล่มียอดขายทั้งหมด 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ในสมัยนั้น)ในระหว่าง ค.ศ.1938-1945 ค.ศ.1947 Nestle and Anglo-Swiss Condensed Milk ได้เข้าซื้อบริษัท Fabrique de Produits Maggi SA (ซอสแม็กกี้) จากนั้นเปลี่ยนชื่อบริษัทของตนเองมาเป็น Nestle Alimentana SA และเพิ่มการผลิตเต็มกำลังในโรงงานที่ออสเตรเลีย ค.ศ.1977 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Nestle ดังที่เป็นในปัจจุบันนี้


สรุปประวัติของ Nestle

         อาณาจักรธุรกิจของ Nestle ไม่ได้ประกอบขึ้นด้วยกาแฟแต่เพียงลำพังเท่านั้น หากแต่บริษัท
ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ที่สุดของโลก จากเมือง Vevey สวิตเซอร์แลนด์ รายนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนม, cereal, ไอศกรีม และขนมขบเคี้ยวอีกจำนวนมาก  Nestle ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดในสินค้าหมวดอาหารอย่างหลากหลาย โดยมี Nestle เป็นสินค้าธงนำอยู่ในระดับโลก ขณะที่ผลิตภัณฑ์นมทั้งในแบบนมข้นหวานและนมผงสำหรับใช้เลี้ยงทารก ก็เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้บริโภคเป็นอย่างดี 
         ความเป็นมาของ Nestle เริ่มขึ้น เมื่อ Henri Nestle ซื้อโรงงานแห่งหนึ่งในเมือง Vevey เมื่อปี 1843 ก่อนที่จะเริ่มพัฒนาการ ผลิตนมชนิดผงเพื่อทดแทนการเลี้ยงทารก ด้วยนมแม่ในปี 1867 และเริ่มผลิต chocolate ในปี 1905 
         การลงทุนในโรงงานผลิตนมข้นในประเทศบราซิล ระหว่างทศวรรษที่ 1920 ได้กลายเป็นข้อต่อทางธุรกิจที่สำคัญ เมื่อชาวไร่กาแฟในบราซิล แนะนำให้ Nestle พัฒนากาแฟผงสำหรับชงดื่ม โดยในปี 1938 กาแฟผงสำเร็จรูปพร้อมดื่มในชื่อ Nestle ก็ได้รับการนำเสนอออกสู่ตลาด และสามารถครองความนิยมได้อย่างรวดเร็ว โดยในปัจจุบัน Nestle ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ด้านกาแฟของโลกไปแล้ว 
         การรุกเพื่อครองความเป็นเจ้าในธุรกิจอาหารของ Nestle ดำเนินต่อเนื่องมาด้วยการ
ออกผลิตภัณฑ์หลากหลาย โดยในช่วงทศวรรษที่ 1970 Nestle ได้เข้าครอบกิจการของผู้ผลิตอาหาร    รายอื่นๆ ไม่เพียงเท่านั้น Nestle ยังขยายธุรกิจไปสู่ผลิตภัณฑ์ด้านเวชภัณฑ์และเครื่องสำอางด้วยการเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 49% ใน Gesparal ซึ่งเป็น holding company ที่ครองสิทธิในผลิตภัณฑ์ของ Loreal บริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่ของฝรั่งเศสด้วย
         Nestle ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของประชาชนในประเทศไทยมานานกว่า 4 ทศวรรษ โดยความคุ้นเคยของผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์ของ Nestle สามารถไล่เรียงตั้งแต่เมื่อแรกเกิดจนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ด้วยผลิตภัณฑ์นมผง, นมข้นหวาน และขนมขบเคี้ยวนานาชนิด รวมถึงน้ำดื่ม Pure Life ด้วย

[แก้]

1 ความคิดเห็น: