วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

กลยุทธ์ในการทำงานของ Nestle

   
         ใครที่ได้มีโอกาสขึ้นไปเยี่ยมชมชั้น 43 ของอาคาร ”ดิ ออฟฟิศ แอ็ท เซ็นทรัล เวิลด์” ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงาน บริษัทเนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด รับรองต้องเกิดอาการอยากกิน อยากดื่มแน่นอน เพราะละลานตาไปหมด ทั้งตู้ไอศกรีม กล่องน้ำส้ม ชั้นจัดวางนมกล่อง นมกระป๋อง กาแฟ ครีมเทียมคอฟฟี่เมท และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่เว้นแม้กระทั่งในห้องน้ำที่ตกแต่งด้วยสติกเกอร์แสดงผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ รอบกระจกเต็มผนัง หน้าอ้างล้างมือ

 

         เป็นกลยุทธ์ง่ายๆในการสร้างสิ่งแวดล้อมการทำงานใหม่ ที่ต้องการทำให้พนักงานของบริษัทได้ซึมซับ และความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ของตัวเองอย่างลึกซึ้ง แน่นอนเป้าหมายสุดท้ายจะเป็นอย่างที่ ”เกรแฮม แคมพ์เบลล์” ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มเนสท์เล่ ประเทศไทย แถลงว่า ”เราจะต้องสร้างจิตสำนึกให้พนักงานของบริษัททุกคนต้องการทำงานอย่างมีประสิทธิมากที่สุด” 
         นอกจากการสร้างสัมผัสทางตา และการรับรู้แล้ว ในแง่ของโครงสร้างการบริหารยังมีการแบ่งหน่วยธุรกิจชัดเจน การเพิ่มหน่วยธุรกิจใหม่ ตามนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ที่บริษัทวางตลาดเพิ่มขึ้น เมื่อองค์กรพร้อม ผลิตภัณฑ์ที่ต้องต่อสู้กับคู่แข่งก็พร้อม 
         
ณ เวลานี้ เนสท์เล่จึงมีความมั่นใจ โดยประกาศเป้าหมายว่าภายในสิ้นปีนี้ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในอันดับ 2 ของตลาด อย่างเนสท์เล่ ไอศกรีม ที่ทำตลาดในไทยมาแล้ว 9 ปี และมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 42%น้อยกว่า ”วอลล์” อยู่ไม่ถึง 2% จะต้องกลายเป็นเจ้าตลาด ด้วยส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ให้ได้ ด้วยความมั่นใจจากปีที่แล้วที่ยอดจำหน่ายเนสท์เล่ ไอศกรีม เติบโตถึง 30% ขณะที่ภาพรวมของบริษัทมียอดขายเติบโตรวมเพียง 8.4% 


         ส่วนกลยุทธ์ทางการตลาดที่นำมาใช้สำหรับทุกผลิตภัณฑ์ในเครือเนสท์เล่ในเวลานี้ คือ การพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งตัวสินค้าใหม่ และการออกแบบแพ็คเกจใหม่ หรือแม้กระทั่งลดขนาดแพ็คเกจให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน อย่างเช่นเมื่อต้นปี เริ่มเปิดตัวตราหมีโกลด์ ไอศกรีมเนสท์เล่ เอ็กซ์ตรีม หรือก่อนหน้านั้นได้เสนอผลิตภัณฑ์นมตราหมีบีบ 
         จุดแตกต่าง ที่”เกรแฮม แคมพ์เบลล์” ย้ำคือเนสท์เล่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ และแม้ว่าเนทส์เล่จะมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่ให้ทั้งความหวานและความมัน แต่ก็มีอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และใช่ว่าเนสท์เล่จะกลบข้อมูลเหล่านี้ แต่กลับแถลงให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพคนไทยที่เกิดจากการบริโภคอาหารไม่ดีพอ ไม่ออกกำลังกาย รวมไปถึงมีเด็กอ้วนเพิ่มขึ้น เรียกได้ว่ากันอย่างตรงไปตรงมาที่สุด 
         วิกฤตนี้ทำให้เนสท์เล่มาตอกย้ำอีกครั้ง ใช้เป็นโอกาสแสดงจุดขายว่าเนสท์เล่มีสัญลักษณ์แห่งคุณภาพโภชนาการ (Nestle Nutritional Compass) ไม่ว่าจะเป็นเกร็ดความรู้ด้านโภชนาการ สารอาหาร วิธีการปรุงให้ได้รสอร่อยและหลากหลาย โดยจะทยอยปรากฏในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเนสท์เล่มากขึ้นเรื่อย ๆ 
         เรียกได้ว่าจริงใจซะอย่าง แล้วอย่างนี้ยอดขายจะหนีไปไหนได้... 


สถิติปี 2548 “เนสท์เล่”

- ส่งออกจากไทย 8,000 ล้านบาท 
- ยอดขายในลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม 3,000 ล้านบาท 
- ผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้ 3 กลุ่มหลัก (จากทั้งหมด 12 กลุ่ม) คือ 
1.กาแฟ และครีมเทียม 
2.นมสำหรับเด็ก 
3.นมน้ำบรรจุกระป๋อง 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น